ข้ามไปเนื้อหาหลัก

นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ชมรมอนามัยสิ่งแวดล้อมจังหวัดบุรีรัมย์ · เวอร์ชัน 1.0 · มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ -

นโยบายนี้จัดทำขึ้นตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เพื่อแจ้งให้ท่านทราบว่าชมรมเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลอะไร เพื่อวัตถุประสงค์ใด เก็บไว้นานเท่าใด แบ่งปันกับใคร และท่านมีสิทธิอย่างไร
สารบัญ
  1. ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและช่องทางติดต่อ
  2. ข้อมูลส่วนบุคคลที่ชมรมเก็บรวบรวม
  3. วัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมาย
  4. การเปิดเผยข้อมูลต่อบุคคลอื่น
  5. ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูล
  6. มาตรการรักษาความปลอดภัยและการเข้ารหัส
  7. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
  8. คุกกี้และการเก็บข้อมูลในเครื่องผู้ใช้
  9. การส่งข้อมูลไปต่างประเทศ
  10. การเปลี่ยนแปลงนโยบาย

1. ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและช่องทางติดต่อ

ชมรมอนามัยสิ่งแวดล้อมจังหวัดบุรีรัมย์ (ต่อไปนี้เรียกว่า "ชมรม") เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 สำหรับข้อมูลที่เก็บรวบรวมผ่านระบบรับสมัครสมาชิกนี้

ที่ตั้ง-
โทรศัพท์-
อีเมลติดต่อเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล-

2. ข้อมูลส่วนบุคคลที่ชมรมเก็บรวบรวม

ประเภทข้อมูลรายการข้อมูล
ข้อมูลบัญชีผู้ใช้ อีเมล รหัสผ่าน (เก็บในรูปแบบที่ผ่านการแฮชแล้ว ชมรมไม่สามารถเห็นรหัสผ่านของท่าน) ชื่อที่ใช้แสดงในระบบ
ข้อมูลระบุตัวตน คำนำหน้าชื่อ ชื่อ-นามสกุล (ไทยและอังกฤษ) เลขประจำตัวประชาชน วันเดือนปีเกิด เพศ
ข้อมูลติดต่อ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล ที่อยู่ที่ติดต่อได้ (บ้านเลขที่ หมู่ ถนน ตำบล อำเภอ จังหวัด รหัสไปรษณีย์)
ข้อมูลวิชาชีพและการปฏิบัติงาน เลขที่ใบอนุญาต/ใบประกอบวิชาชีพ ประเภทและวันหมดอายุของใบอนุญาต วุฒิการศึกษา สาขาวิชา ประเภทหน่วยงาน ชื่อหน่วยงาน ตำแหน่ง ที่ตั้งหน่วยงาน โทรศัพท์หน่วยงาน
ภาพและลายมือชื่อ รูปถ่ายหน้าตรงสำหรับทำบัตรสมาชิก และภาพลายมือชื่อ
ข้อมูลการชำระเงิน ภาพสลิปการโอนเงิน จำนวนเงิน วันเวลาที่โอน ธนาคาร ชื่อผู้โอน เลขที่อ้างอิงรายการ และข้อมูลที่อ่านได้จาก QR บนสลิป
ข้อมูลการใช้ระบบ ประวัติการเข้าสู่ระบบ การแก้ไขข้อมูล การพิมพ์บัตรและใบสำคัญรับเงิน การส่งออกข้อมูล และข้อมูลเบราว์เซอร์ที่ใช้ (user agent)

ชมรมไม่เก็บข้อมูลอ่อนไหวอื่น เช่น ข้อมูลสุขภาพ ศาสนา เชื้อชาติ ความคิดเห็นทางการเมือง ประวัติอาชญากรรม หรือข้อมูลชีวมิติ ทั้งนี้ เลขประจำตัวประชาชนและรูปถ่ายถือเป็นข้อมูลที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ ชมรมจึงใช้มาตรการเข้ารหัสตามข้อ 6

3. วัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมายในการประมวลผล

วัตถุประสงค์ฐานทางกฎหมาย
สร้างและดูแลบัญชีผู้ใช้งานระบบ ความจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญา (มาตรา 24 (3))
พิจารณารับสมัครสมาชิก ต่ออายุสมาชิก และจัดทำทะเบียนสมาชิก ความจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญา (มาตรา 24 (3))
ตรวจสอบการชำระเงิน ออกใบสำคัญรับเงิน และเก็บหลักฐานทางการเงิน ความจำเป็นเพื่อปฏิบัติตามสัญญา และประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายในการตรวจสอบทางการเงิน (มาตรา 24 (3) และ 24 (5))
ออกบัตรสมาชิก และเปิดให้ตรวจสอบความถูกต้องของบัตรผ่าน QR ความยินยอม (มาตรา 19) และความจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญา
เก็บบันทึกประวัติการแก้ไขข้อมูล เพื่อการตรวจสอบและป้องกันการทุจริต ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (มาตรา 24 (5))
ตรวจสอบความถูกต้องของสลิปและป้องกันการใช้สลิปซ้ำหรือสลิปปลอม ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายในการป้องกันการทุจริต (มาตรา 24 (5))
ติดต่อแจ้งผลการสมัคร แจ้งเตือนบัตรใกล้หมดอายุ และประชาสัมพันธ์กิจกรรมของชมรม ความยินยอม (มาตรา 19) ซึ่งท่านสามารถถอนได้ตลอดเวลา

หากท่านไม่ให้ข้อมูลที่จำเป็น เช่น ชื่อ-นามสกุล เลขประจำตัวประชาชน ที่อยู่ หรือรูปถ่าย ชมรมจะไม่สามารถพิจารณารับสมัครสมาชิกและออกบัตรสมาชิกให้ท่านได้

4. การเปิดเผยข้อมูลต่อบุคคลอื่น

ชมรมไม่ขาย ไม่ให้เช่า และไม่แลกเปลี่ยนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อประโยชน์ทางการค้า โดยจะเปิดเผยเฉพาะกรณีต่อไปนี้

  1. คณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ของชมรม เฉพาะผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ เจ้าหน้าที่ทะเบียนและเจ้าหน้าที่การเงิน ตามสิทธิที่กำหนดไว้ในระบบ
  2. ผู้ให้บริการระบบฐานข้อมูล (Supabase) ในฐานะผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งให้บริการฐานข้อมูล ระบบยืนยันตัวตน และที่เก็บไฟล์ ภายใต้สัญญาการประมวลผลข้อมูล
  3. บุคคลที่ตรวจสอบบัตรสมาชิกผ่าน QR โดยเปิดเผยเพียงชื่อ-นามสกุล ตำแหน่ง ชื่อหน่วยงาน เลขที่บัตร รหัสสมาชิก และช่วงอายุบัตร เท่าที่จำเป็นต่อการยืนยันสถานะสมาชิก ไม่เปิดเผยเลขประจำตัวประชาชน ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ หรือรูปถ่าย
  4. หน่วยงานรัฐหรือเจ้าพนักงาน เมื่อมีกฎหมายกำหนดหรือมีคำสั่งโดยชอบด้วยกฎหมาย

5. ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูล

ประเภทข้อมูลระยะเวลา
ข้อมูลทะเบียนสมาชิกและประวัติสมาชิกภาพ ตลอดระยะเวลาที่เป็นสมาชิก และต่อไปอีก 5 ปี นับจากวันที่สิ้นสุดสมาชิกภาพ
หลักฐานการชำระเงิน สลิป และใบสำคัญรับเงิน 5 ปี นับจากวันที่ออกเอกสาร เพื่อการตรวจสอบทางการเงินและบัญชี
บันทึกประวัติการแก้ไขข้อมูล (audit log) 5 ปี นับจากวันที่บันทึก
บันทึกความยินยอม ตลอดระยะเวลาที่ยังใช้ความยินยอมนั้น และต่อไปอีก 5 ปีหลังถอนความยินยอม

เมื่อครบกำหนด ชมรมจะลบหรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้

6. มาตรการรักษาความปลอดภัยและการเข้ารหัส

ชมรมจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมตามมาตรา 37 (1) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ดังนี้

6.1 การเข้ารหัสข้อมูล

  • การเข้ารหัสระหว่างการส่งข้อมูล ทุกการเชื่อมต่อใช้ HTTPS (TLS 1.2 ขึ้นไป)
  • การเข้ารหัสข้อมูลที่จัดเก็บ ฐานข้อมูลและที่เก็บไฟล์ถูกเข้ารหัสในระดับดิสก์ ด้วยมาตรฐาน AES-256 โดยผู้ให้บริการ
  • การเข้ารหัสเฉพาะรายการข้อมูลอ่อนไหว เลขประจำตัวประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ และรายละเอียดที่อยู่ ถูกเข้ารหัสเพิ่มอีกชั้นในระดับคอลัมน์ด้วยอัลกอริทึม AES-256 ก่อนบันทึกลงฐานข้อมูล แม้ผู้ที่เข้าถึงไฟล์ฐานข้อมูลได้ก็จะเห็นเป็นข้อมูลที่อ่านไม่ได้
  • การจัดการกุญแจเข้ารหัส กุญแจถูกเก็บแยกจากตารางข้อมูลในระบบจัดการความลับ (Vault) และเรียกใช้ได้เฉพาะผ่านฟังก์ชันของระบบที่ตรวจสอบสิทธิ์แล้วเท่านั้น
  • การค้นหาโดยไม่ถอดรหัส ระบบใช้ดัชนีแบบปิดบัง (blind index ด้วย HMAC-SHA256) เพื่อตรวจการสมัครซ้ำ โดยไม่ต้องถอดรหัสเลขประจำตัวประชาชน
  • รหัสผ่าน ถูกจัดเก็บในรูปแบบที่ผ่านการแฮชด้วยอัลกอริทึมที่ปลอดภัย ชมรมและเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเห็นรหัสผ่านของท่านได้

6.2 การควบคุมการเข้าถึง

  • ผู้ใช้แต่ละรายเข้าถึงได้เฉพาะข้อมูลของตนเอง บังคับด้วยกลไก Row Level Security ที่ระดับฐานข้อมูล
  • ไฟล์รูปถ่าย ลายมือชื่อ และสลิป จัดเก็บในที่เก็บแบบส่วนตัว แยกโฟลเดอร์ตามผู้ใช้ และเข้าถึงได้เฉพาะผ่านลิงก์ชั่วคราวที่มีอายุจำกัด
  • สิทธิ์ของเจ้าหน้าที่แบ่งตามหน้าที่ ได้แก่ เจ้าหน้าที่ทะเบียน เจ้าหน้าที่การเงิน ผู้ดูแลระบบ และผู้ดูแลระดับสูงสุด
  • การเปิดดูข้อมูลอ่อนไหวของสมาชิกรายอื่นโดยเจ้าหน้าที่ จะถูกบันทึกไว้ในประวัติการใช้งานทุกครั้ง

6.3 การตรวจสอบย้อนหลัง

  • ระบบบันทึกอัตโนมัติว่าใครแก้ไขข้อมูลใด จากค่าเดิมเป็นค่าใหม่ เมื่อใด และด้วยเหตุผลใด
  • บันทึกประวัติเป็นแบบเพิ่มได้เท่านั้น (append-only) ไม่สามารถแก้ไขหรือลบได้
  • ค่าของข้อมูลที่เข้ารหัสจะไม่ถูกบันทึกลงประวัติ ระบบบันทึกเพียงว่า "มีการเปลี่ยนแปลง"

7. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ท่านมีสิทธิตามหมวด 3 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ดังนี้

  1. สิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูล (มาตรา 30) ท่านดูข้อมูลของตนเองได้ในระบบตลอดเวลา
  2. สิทธิขอให้โอนย้ายข้อมูล (มาตรา 31)
  3. สิทธิคัดค้านการประมวลผล (มาตรา 32)
  4. สิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูล (มาตรา 33) เว้นแต่ชมรมต้องเก็บไว้ตามกฎหมาย เช่น หลักฐานทางการเงิน
  5. สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูล (มาตรา 34)
  6. สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง (มาตรา 35) ท่านแก้ไขได้เองในระบบ หรือแจ้งเจ้าหน้าที่ทะเบียน
  7. สิทธิถอนความยินยอม (มาตรา 19 วรรคห้า) โดยไม่กระทบการประมวลผลที่ทำไปแล้วโดยชอบ
  8. สิทธิร้องเรียน (มาตรา 73) ต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ท่านใช้สิทธิได้โดยติดต่ออีเมลตามข้อ 1 ชมรมจะดำเนินการภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ และอาจขอหลักฐานยืนยันตัวตนก่อนดำเนินการ

หากการถอนความยินยอมทำให้ชมรมไม่สามารถออกหรือคงสถานะบัตรสมาชิกได้ ชมรมจะแจ้งผลกระทบให้ท่านทราบก่อนดำเนินการ

8. คุกกี้และการเก็บข้อมูลในเครื่องผู้ใช้

ระบบนี้ไม่ใช้คุกกี้เพื่อการโฆษณาหรือการติดตามพฤติกรรม และไม่มีการฝังสคริปต์ วิเคราะห์ผู้ใช้จากผู้ให้บริการภายนอก ระบบเก็บข้อมูลในเครื่องของท่าน (local storage) เฉพาะโทเคนการเข้าสู่ระบบ เพื่อให้ท่านไม่ต้องกรอกรหัสผ่านซ้ำ ซึ่งจะถูกลบเมื่อท่านออกจากระบบ

ไฟล์ประกอบทั้งหมด ได้แก่ แบบอักษร สไตล์ชีต และสคริปต์ ถูกจัดเก็บไว้ในระบบของชมรมเอง ไม่มีการเรียกไฟล์จากเครือข่ายภายนอก จึงไม่มีการส่งข้อมูลการเข้าใช้งานของท่านไปยังผู้ให้บริการอื่น

9. การส่งหรือโอนข้อมูลไปยังต่างประเทศ

ระบบฐานข้อมูลของชมรมตั้งอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (สิงคโปร์) โดยใช้บริการของ Supabase ในฐานะผู้ประมวลผลข้อมูล ซึ่งมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลที่เหมาะสม การโอนข้อมูลดังกล่าวเป็นไปเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาระหว่างท่านกับชมรม ตามมาตรา 28 และ 29 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

10. การเปลี่ยนแปลงนโยบาย

ชมรมอาจปรับปรุงนโยบายนี้ตามความจำเป็น โดยจะประกาศเวอร์ชันและวันที่มีผลใช้บังคับไว้ในหน้านี้ หากเป็นการเปลี่ยนแปลงที่กระทบสิทธิของท่านอย่างมีนัยสำคัญ ชมรมจะแจ้งให้ทราบและขอความยินยอมใหม่ ระบบจะบันทึกไว้ว่าท่านให้ความยินยอมตามนโยบายเวอร์ชันใดและเมื่อใด

แจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล

หากเกิดเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ชมรมจะแจ้งต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุ และจะแจ้งเจ้าของข้อมูลโดยไม่ชักช้าหากเหตุนั้นมีความเสี่ยงสูง ที่จะกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของท่าน ตามมาตรา 37 (4)

อ่านข้อตกลงการใช้บริการ กลับหน้าแรก